นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)

บริษัท กรุงเทพทิพโอสถ จำกัด และ บริษัท กรุงเทพทิพ จำกัด
วันที่ปรับปรุงล่าสุด: 23 ตุลาคม 2569
1. บทนำ
บริษัท กรุงเทพทิพโอสถ จำกัด และ บริษัท กรุงเทพทิพ จำกัด (ต่อไปนี้เรียกรวมว่า “บริษัทฯ”) ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ เคารพสิทธิของบุคคล และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ ตระหนักถึงความไว้วางใจที่ลูกค้า คู่ค้า และผู้ติดต่อมอบให้ โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นส่วนตัว และการรักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับระหว่างการดำเนินธุรกิจ
บริษัทฯ จึงกำหนดนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เพื่ออธิบายหลักการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย จัดเก็บ และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act: PDPA) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นโยบายนี้ครอบคลุมการติดต่อผ่านเว็บไซต์ ช่องทางออนไลน์ และการใช้บริการของบริษัทฯ รวมถึงบริการ OEM/ODM ภายใต้แบรนด์ KRUNGTEPTIPP
2. ขอบเขตของนโยบาย
นโยบายนี้ใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับ
การเข้าใช้งานเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์
การติดต่อสอบถามสินค้าและบริการ
การรับข้อมูลผ่าน Google Forms รวมถึง KRUNGTEPTIPP OEM Project Brief
การติดต่อผ่านอีเมล โทรศัพท์ LINE WhatsApp และสื่อสังคมออนไลน์
การให้บริการรับผลิต OEM/ODM การพัฒนาสูตร การแปรรูปวัตถุดิบ และการแบ่งบรรจุ
การตรวจสอบข้อมูลลูกค้าและคู่ค้า (Know Your Customer: KYC)
การจัดทำใบเสนอราคา สัญญา คำสั่งซื้อ และการชำระเงิน
การให้บริการหลังการขาย การรับข้อร้องเรียน และการประสานงานทางธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง
นโยบายนี้ครอบคลุมข้อมูลของบุคคลธรรมดา รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ติดต่อ กรรมการ ผู้มีอำนาจลงนาม ผู้ถือหุ้น และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงของนิติบุคคลตามความจำเป็น
3. คำนิยาม
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายลำดับรอง ประกาศ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ และข้อมูลที่ทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อย่างแท้จริง
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อทางศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพ
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลธรรมดาที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเกี่ยวข้อง
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ หมายถึง บริษัท กรุงเทพทิพโอสถ จำกัด และ บริษัท กรุงเทพทิพ จำกัด โดยบทบาทของแต่ละบริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลให้พิจารณาตามกิจกรรมการประมวลผลที่เกี่ยวข้อง
4. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัด
บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน
บริษัทฯ ยึดหลักการเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น โดยแจ้งวัตถุประสงค์ ประเภทข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และผลกระทบจากการไม่ให้ข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง จากการติดต่อสื่อสาร การกรอกแบบฟอร์ม การทำธุรกรรม หรือจากแหล่งข้อมูลอื่นที่สามารถใช้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมเฉพาะเมื่อมีความจำเป็นและได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือมีข้อยกเว้นที่กฎหมายอนุญาต
บริษัทฯ จะไม่กำหนดให้ลูกค้าบุคคลธรรมดาในประเทศไทยต้องส่งสำเนาบัตรประชาชนตั้งแต่ขั้นตอนติดต่อสอบถามเบื้องต้นโดยอัตโนมัติ หากจำเป็นต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม บริษัทฯ จะแจ้งวัตถุประสงค์และรายการที่จำเป็นเป็นรายกรณี
5. ประเภทข้อมูลที่อาจเก็บรวบรวม
บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลดังต่อไปนี้ตามความจำเป็น
5.1 ข้อมูลระบุตัวตนและการติดต่อ
ชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง ชื่อบริษัทหรือแบรนด์ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล LINE ID และช่องทางติดต่ออื่น
5.2 ข้อมูลทางธุรกิจและโครงการ
ประเภทผลิตภัณฑ์ รายละเอียดสูตรหรือคุณสมบัติที่ต้องการ ปริมาณการผลิต บรรจุภัณฑ์ วัตถุดิบ ตลาดเป้าหมาย และข้อกำหนดทางเทคนิค
ข้อมูลทางธุรกิจบางประเภทอาจเป็นความลับทางการค้า แม้ไม่เข้าข่ายข้อมูลส่วนบุคคลก็ตาม
5.3 ข้อมูลสำหรับการตรวจสอบ KYC
ข้อมูลการจดทะเบียนบริษัท ผู้มีอำนาจลงนาม โครงสร้างผู้ถือหุ้น ผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง และเอกสารประกอบตามความจำเป็น
5.4 ข้อมูลธุรกรรมและการให้บริการ
ใบเสนอราคา สัญญา คำสั่งซื้อ การชำระเงิน ใบกำกับภาษี การจัดส่ง และประวัติการให้บริการ
5.5 ข้อมูลทางเทคนิค
ข้อมูลอุปกรณ์ เบราว์เซอร์ บันทึกการใช้งานเว็บไซต์ และคุกกี้ ตามลักษณะของระบบที่ใช้งานจริง
6. วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูล
บริษัทฯ อาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อ
รับเรื่องติดต่อและให้คำปรึกษา
ประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ OEM/ODM
ประสานงาน จัดทำและพิจารณาใบเสนอราคา
ตรวจสอบข้อมูลลูกค้าและคู่ค้าผ่านกระบวนการ KYC
ดำเนินการตามสัญญาและคำสั่งซื้อ
ประสานงานการวิจัย พัฒนาสูตร การผลิต การควบคุมคุณภาพ และการขึ้นทะเบียนที่เกี่ยวข้อง
ปฏิบัติตามกฎหมายด้านบัญชี ภาษี และข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ให้บริการหลังการขายและตรวจสอบข้อร้องเรียน
วิเคราะห์สถิติและปรับปรุงคุณภาพการบริการ
ส่งข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารทางการตลาดเมื่อมีฐานกฎหมายรองรับ
การใช้ข้อมูลจะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้หรือฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากจำเป็นต้องใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งหรือขอความยินยอมเพิ่มเติมตามที่กฎหมายกำหนด
7. ฐานกฎหมายในการประมวลผล
บริษัทฯ อาจใช้ฐานกฎหมายที่เหมาะสม เช่น
การดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญาหรือการปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา
การปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย
ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือบุคคลอื่น โดยคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล
ความยินยอมของเจ้าของข้อมูลในกรณีที่กฎหมายกำหนด
บริษัทฯ จะไม่ถือว่ากิจกรรมการประมวลผลทุกประเภทจำเป็นต้องอาศัยความยินยอมเสมอไป แต่จะพิจารณาฐานกฎหมายตามวัตถุประสงค์และลักษณะของการประมวลผลนั้น
สำหรับกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ ฐานกฎหมายที่ใช้จะพิจารณาตามลักษณะการประมวลผล ได้แก่
การติดต่อสอบถามและการจัดทำใบเสนอราคา: อาศัยฐานการดำเนินการก่อนเข้าทำสัญญาในกรณีที่เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา หรือฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับการติดต่อกับผู้แทนของนิติบุคคล
การตรวจสอบลูกค้าและคู่ค้า (KYC): อาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการตรวจสอบความถูกต้องและความเสี่ยงทางธุรกิจ หรือฐานหน้าที่ตามกฎหมายในกรณีที่มีกฎหมายกำหนด
การดำเนินการตามสัญญา: อาศัยฐานการปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา หรือฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับข้อมูลผู้แทนและผู้ประสานงานของนิติบุคคล
การจัดทำบัญชีและเอกสารภาษี: อาศัยฐานการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย
การสื่อสารทางการตลาด: อาศัยความยินยอมหรือฐานกฎหมายอื่นที่เหมาะสมตามลักษณะการดำเนินงานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ จะพิจารณาฐานกฎหมายให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และข้อเท็จจริงของแต่ละกิจกรรม โดยไม่ถือว่าฐานกฎหมายเดียวสามารถใช้ได้กับทุกกรณี
8. การรับข้อมูลผ่าน Google Forms และ OEM Project Brief
บริษัทฯ ใช้ KRUNGTEPTIPP OEM Project Brief เพื่อรับข้อมูลผลิตภัณฑ์และความต้องการเบื้องต้นของลูกค้า
ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เพื่อให้คำปรึกษา ประเมินความเหมาะสมของโครงการ และประสานงานขั้นตอนถัดไป
บริษัทฯ อาจใช้ Google Forms, Google Sheets และบริการ Google Workspace ในการรับ จัดเก็บ และบริหารข้อมูลตามความจำเป็น
บริษัทฯ จะกำหนดการเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทและหน้าที่ของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
ลูกค้าควรหลีกเลี่ยงการส่งรหัสผ่าน ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หรือข้อมูลสูตรที่เป็นความลับอย่างละเอียดผ่านช่องกรอกข้อมูลทั่วไป หากจำเป็นต้องส่งข้อมูลที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ สามารถประสานงานเพื่อกำหนดช่องทางและเงื่อนไขการรับส่งข้อมูลที่เหมาะสมก่อน
9. การตรวจสอบลูกค้าและคู่ค้า (KYC)
บริษัทฯ อาจตรวจสอบข้อมูลลูกค้าและคู่ค้า เพื่อยืนยันตัวตน ความถูกต้องของข้อมูล และประเมินความเสี่ยงทางธุรกิจ
ลูกค้าในประเทศไทย
บริษัทฯ รับลูกค้าทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
สำหรับลูกค้านิติบุคคล จะมีการดำเนินการ KYC ตามขั้นตอนที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งสามารถดำเนินการภายหลังการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการได้
ลูกค้านิติบุคคลต่างประเทศ
ลูกค้าต้องจัดตั้งนิติบุคคลเรียบร้อยและผ่านการตรวจสอบ KYC ก่อนเริ่มการประเมินความเป็นไปได้เฉพาะโครงการหรือออกใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการ
บริษัทฯ อาจตรวจสอบข้อมูลผู้ถือหุ้นและผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง โดยใช้เกณฑ์การถือหุ้นหรือการควบคุมตั้งแต่ 25% ประกอบกับการประเมินความเสี่ยงเป็นรายกรณี
การขอเอกสารเพิ่มเติมจะกระทำตามความจำเป็นและวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทฯ จะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว
10. การรักษาความลับของสูตรผลิตภัณฑ์และข้อมูลทางธุรกิจ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาความลับของข้อมูลเกี่ยวกับสูตรผลิตภัณฑ์ งานวิจัย กระบวนการผลิต ข้อมูลต้นทุน และข้อมูลทางธุรกิจที่มีมูลค่าทางการแข่งขัน
บริษัทฯ มีแนวทางดังนี้
ใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณา พัฒนา หรือดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้อง
จำกัดการเข้าถึงข้อมูลลับเฉพาะบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องตามความจำเป็น
กำหนดให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องรักษาความลับตามนโยบายและข้อตกลงที่ใช้บังคับ
ไม่นำข้อมูลลับของลูกค้าไปใช้หรือเปิดเผยโดยไม่มีสิทธิหรือเหตุที่เหมาะสม
ข้อตกลงรักษาความลับ (Non-Disclosure Agreement: NDA)
ในกรณีที่จำเป็นต้องเปิดเผยสูตรเฉพาะ งานวิจัย หรือข้อมูลลับทางการค้า บริษัทฯ สามารถพิจารณาจัดทำข้อตกลงรักษาความลับ (NDA) ร่วมกับลูกค้าตามความเหมาะสม ก่อนเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
บริษัทฯ ไม่กำหนดให้ลูกค้าทุกรายต้องลงนาม NDA โดยอัตโนมัติ แต่พิจารณาตามประเภทข้อมูล ความเสี่ยง และลักษณะโครงการ
ขอบเขตการรักษาความลับ ระยะเวลาคุ้มครอง ข้อยกเว้น และสิทธิการใช้ข้อมูลจะเป็นไปตามข้อตกลงที่คู่สัญญาลงนามร่วมกัน
การเปิดเผยข้อมูลสูตรเพื่อการพิจารณาโครงการไม่ได้หมายถึงการโอนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาโดยอัตโนมัติ
สำหรับสูตรมาตรฐานของ KRUNGTEPTIPP และสูตรเฉพาะที่พัฒนาให้ลูกค้า สิทธิในสูตรและรายละเอียดการใช้ประโยชน์ให้เป็นไปตามลักษณะงานและข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง
11. บทบาทและความรับผิดชอบของบุคลากร
ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายความเป็นส่วนตัว และมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ
บุคลากรต้องไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลลับที่ได้รับจากการปฏิบัติงานไปใช้ เปิดเผย หรือส่งต่อโดยไม่มีอำนาจหรือเหตุอันเหมาะสม
การเข้าถึงข้อมูลต้องเป็นไปตามหน้าที่และความจำเป็นในการปฏิบัติงาน
การฝ่าฝืนนโยบาย
บุคลากรที่ฝ่าฝืนหรือละเลยหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายหรือการกระทำผิดกฎหมาย อาจได้รับการพิจารณาดำเนินการทางวินัยตามระเบียบของบริษัทฯ และอาจมีความรับผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
12. การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก
บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามความจำเป็นแก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น
ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบจัดเก็บข้อมูล
ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์
ผู้ให้บริการด้านกฎหมาย บัญชี และที่ปรึกษา
ผู้ประสานงานด้านการขึ้นทะเบียนและการตรวจสอบเอกสาร
ผู้ให้บริการวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ หรือกระบวนการผลิต
หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
บริษัทฯ จะพิจารณาความจำเป็น ฐานกฎหมาย และมาตรการคุ้มครองข้อมูลก่อนการเปิดเผย
บริษัทฯ ไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้บุคคลภายนอกเพื่อการค้า
13. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
บริษัทฯ จะใช้มาตรการด้านเทคนิคและการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปิดเผย การเปลี่ยนแปลง หรือการสูญหายของข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
มาตรการดังกล่าวอาจรวมถึงการควบคุมสิทธิการเข้าถึง การบริหารบัญชีผู้ใช้งาน การกำหนดหน้าที่บุคลากร และการกำหนดวิธีจัดการเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย
บริษัทฯ ตระหนักว่าการรับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตอาจมีความเสี่ยง จึงสนับสนุนให้มีการใช้ช่องทางที่เหมาะสมสำหรับเอกสารสำคัญและข้อมูลที่เป็นความลับ
ทั้งนี้ ความเสี่ยงทางเทคโนโลยีไม่ได้เป็นการยกเว้นหน้าที่หรือความรับผิดของบริษัทฯ ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
14. การจัดเก็บและระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูล
บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ในการประมวลผล โดยกำหนดระยะเวลาตามประเภทข้อมูลและข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลการติดต่อสอบถามและ OEM Project Brief: เก็บรักษาเป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีนับจากการติดต่อครั้งล่าสุด ในกรณีที่ไม่มีการเริ่มธุรกรรมหรือโครงการ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือฐานกฎหมายรองรับการเก็บรักษาต่อ
ข้อมูล KYC และข้อมูลโครงการที่เกิดธุรกรรม: เก็บรักษาตลอดระยะเวลาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และไม่เกิน 5 ปีหลังสิ้นสุดความสัมพันธ์ดังกล่าว เว้นแต่กฎหมายกำหนดระยะเวลาที่ยาวกว่า หรือจำเป็นต่อการใช้หรือปกป้องสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
สัญญา เอกสารบัญชี ภาษี และเอกสารธุรกรรม: เก็บรักษาตามระยะเวลาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด และอาจเก็บต่อเมื่อมีเหตุจำเป็นตามกฎหมาย
ข้อมูลสำหรับการตลาด: เก็บรักษาเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์และฐานกฎหมายที่รองรับ โดยยุติการใช้งานเมื่อเจ้าของข้อมูลใช้สิทธิคัดค้านหรือถอนความยินยอมในกรณีที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่ยังมีฐานกฎหมายให้เก็บรักษาข้อมูลบางส่วนได้
เมื่อครบกำหนดระยะเวลาและไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายให้เก็บรักษาต่อ บริษัทฯ จะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามวิธีการที่เหมาะสม
15. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
เนื่องจากบริษัทฯ อาจใช้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีระหว่างประเทศ ข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนอาจมีการจัดเก็บ ประมวลผล หรือเข้าถึงจากต่างประเทศ
บริษัทฯ จะพิจารณาความจำเป็นของการโอนข้อมูล และดำเนินมาตรการคุ้มครองตามข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง
16. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิตามเงื่อนไขของกฎหมาย ได้แก่
ขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
ขอระงับการใช้ข้อมูล
คัดค้านการประมวลผลข้อมูลในกรณีที่กฎหมายกำหนด
ขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลเมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
ถอนความยินยอมในกรณีที่ใช้ความยินยอมเป็นฐานกฎหมาย
ร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจ
บริษัทฯ อาจขอตรวจสอบตัวตนตามความจำเป็นก่อนดำเนินการตามคำร้อง เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลให้แก่บุคคลที่ไม่มีสิทธิ
บริษัทฯ จะดำเนินการตามคำร้องภายในกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยกรณีคำขอเข้าถึงข้อมูลซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ จะดำเนินการโดยไม่ชักช้าและไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
สำหรับคำร้องประเภทอื่น บริษัทฯ จะพิจารณาระยะเวลาและกระบวนการตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และแจ้งผลหรือเหตุผลที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสม
17. ผลกระทบจากการไม่ให้ข้อมูลหรือถอนความยินยอม
ข้อมูลบางรายการอาจจำเป็นต่อการติดต่อ การประเมินโครงการ การตรวจสอบลูกค้า การจัดทำเอกสาร หรือการปฏิบัติตามสัญญาและกฎหมาย
หากลูกค้าไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็น บริษัทฯ อาจไม่สามารถดำเนินการบางขั้นตอนหรือให้บริการตามคำขอได้
หากมีการถอนความยินยอม บริษัทฯ จะยุติการประมวลผลที่อาศัยความยินยอมนั้นตามข้อกำหนดของกฎหมาย เว้นแต่ยังมีฐานกฎหมายอื่นที่อนุญาตหรือกำหนดให้ประมวลผลต่อไป
18. การใช้ข้อมูลเพื่อสถิติ การวิจัย และการตลาด
บริษัทฯ อาจใช้ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์สถิติ การวิจัย และการปรับปรุงคุณภาพการบริการภายใต้ฐานกฎหมายที่เหมาะสม
บริษัทฯ จะพิจารณาการใช้ข้อมูลในลักษณะรวมหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้เมื่อเหมาะสมและเป็นไปได้
การส่งข้อมูลประชาสัมพันธ์และข่าวสารทางการตลาดจะดำเนินการตามฐานกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดให้มีช่องทางยกเลิกการรับการสื่อสารตามความเหมาะสม
19. การใช้คุกกี้ (Cookies)
เว็บไซต์ของบริษัทฯ อาจใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายกัน เพื่อสนับสนุนการทำงานของเว็บไซต์ วิเคราะห์การใช้งาน และปรับปรุงประสบการณ์ของผู้เข้าชม
บริษัทฯ จะจัดให้มีข้อมูลและวิธีจัดการความยินยอมสำหรับคุกกี้ตามลักษณะการใช้งานจริงและข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
20. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
บริษัทฯ อาจปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย เทคโนโลยี กระบวนการดำเนินงาน หรือข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ จะเผยแพร่ฉบับปรับปรุงผ่านเว็บไซต์ทางการ และอาจแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญผ่านช่องทางอื่นตามความเหมาะสม
21. ช่องทางติดต่อและการใช้สิทธิ
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้ ได้แก่
บริษัท กรุงเทพทิพ จำกัด (KRUNGTEPTIPP CO., LTD.)
รับผิดชอบการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริการ OEM/ODM การพัฒนาสูตร การตรวจสอบลูกค้า และกิจกรรมทางธุรกิจที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการ
ที่อยู่: 67/6 หมู่ที่ 1 ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170
อีเมล: oem@krungteptipp.com
โทรศัพท์: 062-823-9262
บริษัท กรุงเทพทิพโอสถ จำกัด (BANGKOK TIPOSOD CO., LTD.)
รับผิดชอบการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพรและกิจกรรมทางธุรกิจที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการ
ที่อยู่สำนักงานใหญ่: 2/19 หมู่ที่ 11 ซอยนพรัตน์ (วาสนา 5) ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170
โทรศัพท์: 02-441-4966 ถึง 67
ในกรณีที่ทั้งสองบริษัทมีการประมวลผลข้อมูลร่วมกัน บทบาทและความรับผิดชอบจะพิจารณาตามลักษณะกิจกรรมและข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง
ช่องทางติดต่อด้านข้อมูลส่วนบุคคล
เว็บไซต์: https://www.krungteptipp.com
อีเมล: oem@krungteptipp.com
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อเพื่อสอบถาม ขอเข้าถึง แก้ไข ลบ คัดค้าน หรือใช้สิทธิอื่นตามกฎหมายได้ผ่านช่องทางข้างต้น โดยบริษัทฯ อาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนและดำเนินการตามคำร้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
หากบริษัทฯ มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ตามข้อกำหนดของกฎหมาย บริษัทฯ จะจัดให้มีข้อมูลการติดต่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
นโยบายฉบับนี้ไม่จำกัดสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือยกเว้นหน้าที่ของบริษัทฯ ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
ความคิดเห็น